วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557

12 เรื่อง มหัศจรรย์ของ Google !!!

1. ลองพิมพ์คำว่า zerg rush ลงในช่องค้นหา แล้วกด ค้นหาด้วย Google
*แนะนำ เสิร์ทเรียบร้อยแล้ว ลองคลิกตัวโอที่วิ่งไปวิ่งมาดูครับ
2. ลองพิมพ์คำว่า tilt ลงในช่องค้นหา แล้วกด ค้นหาด้วย Google
3. ลองพิมพ์คำว่า do a barrel roll ลงในช่องค้นหา แล้วกด ค้นหาด้วย Google
4. ลองพิมพ์คำว่า elgoog ลงในช่องค้นหา แล้วกด ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย
5. ลองพิมพ์คำว่า google rainbow ลงในช่องค้นหา แล้วกด ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย
6. ลองพิมพ์คำว่า lol limewire ลงในช่องค้นหา แล้วกด ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย
7. ลองพิมพ์คำว่า google sphere ลงในช่องค้นหา แล้วกด ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย
*แนะนำ เสิร์ทเรียบร้อยแล้ว ลองเลื่อนเม้าส์ดูครับ
8. ลองพิมพ์คำว่า epic google ลงในช่องค้นหา แล้วกด ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย
9. ลองพิมพ์คำว่า google loco ลงในช่องค้นหา แล้วกด ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย
10. ลองพิมพ์คำว่า google guitar ลงในช่องค้นหา แล้วกด ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย
*แนะนำ เสิร์ทเรียบร้อยแล้ว ลองเลื่อนเม้าส์ทับคำว่า google ครับ
11. ลองพิมพ์คำว่า google pond ลงในช่องค้นหา แล้วกด ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย
*แนะนำ เสิร์ทเรียบร้อยแล้ว ลองเลื่อนเม้าส์ดูครับ
12. ลองพิมพ์คำว่า google gravity ลงในช่องค้นหา แล้วกด ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย

วันอังคารที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2557

แม่น้ำไรน์




                                  แม่น้ำไรน์ 



แม่น้ำไรน์ (อังกฤษ : Rhine; เยอรมัน : Rhein; ฝรั่งเศส : Rhin; ดัตช์ : Rijn; อิตาลี : Reno) เป็นแม่น้ำที่ยาวและสำคัญที่สุดในทวีปยุโรปยาวทั้งสิ้น 1,230 กิโลเมตร มีต้นน้ำจากเทือกเขาแอลป์ไหลผ่านประเทศอิตาลี,สวิตเซอร์แลนด์,ลิกเตนสไตน์,ออสเตรีย, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, ลักเซมเบิร์ก, เบลเยี่ยม, และเนเธอร์แลนด์ ไปออกที่ทะเลเหนือ

**ความสำคัญของแม่น้ำไรน์

แม่น้ำไรน์เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งทางน้ำที่สำคัญ สามารถขนสินค้าเข้าสู่ภายในแผ่นดินยุโรปได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังมีความสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์และภูมิศาสตร์ในการเป็นเส้นแบ่งเขตแดนที่สำคัญของยุโรป 

**ต้นน้ำของแม่น้ำไรน์

แม่น้ำไรน์ ( Rhine ) มีต้นน้ำอยู่ที่เทือกเขาแอลป์ทางตอนใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ไหลผ่านประเทศสวิตเซอร์แลนด์ขึ้นไปทางเหนือ จนถึงพรมแดนระหว่างฝรั่งเศสกับเยอรมนีแล้วไหลต่อเข้าไปในประเทศเยอรมนีและประเทศเนเธอร์แลนด์ ไปออกทะเลเหนือ มีความยาว 1312 กิโลเมตร  แม่น้ำไรน์    นับเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศ ที่มีความสำคัญมากที่สุดของทวีปยุโรปการส่งสินค้าตามลำน้ำสายนี้มีเป็นจำนวนมาก สินค้าสำคัญ ได้แก่ ถ่านหิน แร่เหล็ก และแป้งสาลี โดยเฉพาะถ่านหิน เป็นสินค้าที่มีความสำคัญมากที่สุด เนื่องจากแม่น้ำไรน์ไหลผ่านย่านอุตสาหกรรมเหมืองแร่ถ่านหินของประเทศเยอรมนี แม่น้ำสายนี้จึงได้รับสมญาว่าเป็นแม่น้ำถ่านหิน (Coal River) เมืองท่า สำคัญที่ตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำไรน์ในประเทศเนเธอร์แลนด์ คือ เมืองรอตเตอร์ดัม เป็นเมืองท่าที่มีจำนวนเรือสินค้ามาจอดรับส่งสินค้ามากกว่าเมืองท่าอื่นๆ ของทวีปยุโรป และนี้คือแม่น้ำไรน์ที่มีประโยชน์และความสำคัญในด้านการขนส่งของทวีปยุโรป และยิ่งทุกวันนี้การขนส่งสินค้าได้มีเพิ่มมาขึ้นทั่วโลก เพราะธุรกิจได้มีการขยายออกไปทั่วโลกแล้ว ทั้งทางด้านการสื่อสารที่ไม่มีพรมแดน และการคมนาคมต่างก็มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม และช่องทางในการจัดจำหน่ายที่มีหลากหลายรูปแบบ ทางบก ทางน้ำ  ทางอากาศ ล้วนเป็นสำคัญทั้งนั้นจึไม่แปลงเลยที่แม่น้ำไรท์จะเป็นแม่น้ำที่สำคัญอีกแห่งนี้ ด้วยคุณสมบัติที่ว่าเป็นแม่น้ำที่ยาว จึงทำให้ไม่ต้องส่งสินค้าต่อไปหลายที่ ซึ่งก็เป็นผลดีในด้านธุรกิจ






La Loire





                                        La Loire

แม่น้ำที่ยาวที่สุดใน ฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นในภาคใต้เทือกเขากลางและไหลไปทางเหนือและทางตะวันตก 634 ไมล์ (1,020 กิโลเมตร) มหาสมุทรแอตแลนติกซึ่งจะเข้าสู่ทางตอนใต้ของ Bretagne (บริตตานี) คาบสมุทร แควใหญ่ของมันคือAllierซึ่งร่วมลัวร์ที่ Le Bec ศิลป Allier ท่อระบายน้ำของพื้นที่ประมาณ 45,000 ตารางไมล์ (117,000 ตารางกิโลเมตร) หุบเขาที่งดงามเป็นจุดที่มี chateaus
แม่น้ำที่เพิ่มขึ้นที่ประมาณ 4,500 ฟุต (1,370 เมตร) เหนือระดับน้ำทะเลที่เท้าของ Gerbier เด Jonc ในCevennesใกล้ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในหลักสูตรบนของมันไหลผ่านต่อเนื่องของ downfaulted อ่างแบนตั้งอยู่ในพื้นที่ราบสูงของเทือกเขากลาง . พวกเขาข้ามหุบเขาของช่องแคบช่องแคบ หลังจากได้รับการเข้าร่วมโดย Allier, กระแสการขยายอย่างมากไหลผ่านแพลตฟอร์มแบล็กเบอร์ของหินปูนและหุบเขาที่จะกลายเป็นเพียงร่องเล็กน้อย



ภาษาเกาหลีแบบพื้นฐานง่ายๆ

               ภาษาเกาหลี                                     ภาษาไทย

: อันยอง ฮาเซโย: อันยองฮาซิมนิก๊า: มันนาซอ พันคับซึมนิดา: มันนาเก เทวออซอ พันคับซึมนิดา: อันนยองฮี คาชิบชีโอ: อันนยองฮี เคยชิบชีโอ: อันนยองฮี ชูมูเซโย: โต้ เพ่บแก่ดซึมนิดา: โต้มันนาโย: ทาฮีมแม เพ่บแก่ดซึมนิดา: ชึลก๊อบแก โพแนเซโย: ฮังชัง คอนกังฮาเซโย: ชุกคาฮัมนิดา: แซงชินนึล ชุกคาดือริมนิดา: ชินซอมมือโร ชุกคาฮัมนิดา: คยอรนนึล ชุกคาฮัมนิดา: ชออึม เป่ปแก้ดซึมนิดา: อาลแก เทวออซอ คีปึมนิดา: โอแรกันมานอิมนิดา: ชาล พูทัก ทือรีแก้ดซึมนิดา: คัมซาฮัมนิดา

: สวัสดีครับ / ค่ะ: สวัสดีครับ / ค่ะ: ยินดีที่ได้พบครับ / ค่ะ: ยินดีที่ได้พบครับ / ค่ะ: ขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ: ขอให้โชคดี: ราตรีสวัสดิ์: พบกันใหม่: เจอกันใหม่: พบกันคราวหน้า: ขอให้สนุกนะครับ/ค่ะ: ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง: ขอแสดงความยินดี: สุขสันต์วันเกิด: แสดวงความยินดีด้วยใจจริง: สุขสันตวันวิวาห์: ยินดีที่ได้รู้จัก: ดีใจที่ได้รู้จัก: ไม่เจอกันตั้งนาน: ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ: ขอบคุณ

               ภาษาเกาหลี                                     ภาษาไทย

: อานิโอ: คือกอชี อานิเอโย: โมลลาโย: โมรือแกนนึนแดโย: อัน คัมนิดา: หมด คัมนิดา: อัน เยปอโย: อัน เทมนิดา: ซารามี คือรี มานจี อันซึมนิดา: ซายางฮาแก่ดซึมนิดา: ชีคึมมึน ชังมาชอรี อานิมนิดา: ฮันกุงมารึล ชาราจี หมดทัมนิดา: อัน พีซ้าโย : แย / แน: อาลแก่ดซึมนิดา: อารัสซอโย: หมด อาราดือร่อดซึมนิดา: หมัดซึมนิดา: มูลลนอิมนิดา: ทงอึยฮัมนิดา: ชาล อารัดซึมนิดา: ทงกัมอำนิดา

: ไม่ใช่ครับ / ค่ะ: ไม่ใช่อันนั้นครับ / ค่ะ: ไม่ทราบครับ / ค่ะ: ไม่ทราบครับ / ค่ะ: ไม่ไปครับ / ค่ะ: ไปไม่ได้ครับ / ค่ะ: ไม่สวย: ไม่ได้: คนไม่เยอะเท่าไร: ขอปฏิเสธ: ตอนนี้ไม่ใช่หน้าฝน: พูดภาษาเกาหลีไม่เก่ง: ไม่แพง: ใช่: ได้: ทราบแล้ว: ฟังไม่เข้าใจ: ถูกต้อง: แน่นอน: เห็นด้วย: เข้าใจแล้ว: เห็นด้วย


                 ภาษาเกาหลี                                     ภาษาไทย


: นู-กู: ออน-เจ: เวน-จก: ออ-ดี : ออ-ต๊อด-เก: โอ-รึน-จก: พอ-สึ: คง-ฮัง: ชอน-ฮวา-คา-ดึ: หยัก-กุก: ฮัน-ชิก-ตัง: เซง-ชอน: เด-จิ-โก-กิ: โซล-โก-กิ: ทัก-โก-กิ: ชอด-กา-รัก: ชุก-กา-รัก: ออขรึม: ช่า: ขัก-กา-อุล: มอน

: ใคร: เมื่อไหร่: ซ้ายมือ: ที่ไหน: อย่างไร: ขวามือ: รถบัส: สนามบิน: บัตรโทรศัพท์: ร้านขายยา: ร้านอาหารเกาหลี: ปลา: หมู: เนื้อ: ไก่: ตะเกียบ : ช้อน : น้ำแข็ง: ชา: ใกล้: ไกล













วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ประวัติวันคริสมาสต์

                                                                                คำว่า "คริสต์มาส" เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Christmas มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า "บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า" ซึ่งพบครั้งแรกในเอกสารโบราณที่เป็นภาษาอังกฤษในปี ค.ศ. 1038 และในปัจจุบันคำนี้ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas

         
เทศกาล Christmas หรือ X’Mas ตรงกับวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งวันที่ 25 ธันวาคมนั้นเป็นวันประสูติของพระเยซู ศาสดาแห่งศาสนาคริสต์โดยพระองค์ประสูติที่เมืองเบ็ธเลเฮ็มและเติบโตที่เมืองนาซาเรท ซึ่งปัจจุบันคือประเทศอิสราเอล ตามหลักฐานในพระคัมภีร์ได้บันทึกไว้ว่า พระเยซูเจ้าประสูติในสมัยที่จักรพรรดิซีซาร์ ออกุสตุส แห่งจักรวรรดิโรมัน ซึ่งทรงสั่งให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยฝ่ายคีรีนิอัส เจ้าเมืองซีเรียก็รับนโยบายไปปฏิบัติให้มีการจดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งอาณาเขต แต่ในพระคัมภีร์ ไม่ได้ระบุว่า พระเยซูประสูติวันหรือเดือนอะไร
           ด้านนักประวัติศาสตร์ก็มีความเห็นที่ต่างออกไปโดยได้วิเคราะห์ว่า เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิเอาเรเลียนแห่งโรมัน กำหนดให้เป็นวันฉลองวันเกิดของสุริยะเทพ ตั้งแต่ปี ค.ศ.274 ชาวโรมันซึ่งส่วนใหญ่นับถือเทพเจ้าฉลองวันนี้เสมือนว่า เป็นวันฉลองของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะจักรพรรดิก็เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์ แต่ชาวคริสต์ที่อยู่ในจักรวรรดิโรมัน รวมถึงชาวโรมันที่เปลี่ยนไปนับถือคริสต์อึดอัดใจที่จะฉลองวันเกิดของสุริยเทพ จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูซึ่งเปรียบเสมือนความสว่างของโลก และเหมือนดวงจันทร์เป็นความสว่างในตอนกลางคืนแทน หลังจากที่ชาวคริสต์ถูกควบคุมเสรีภาพทางศาสนาตั้งแต่ปี ค.ศ. 64-313 จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม ปี ค.ศ.330 ชาวคริสต์จึงเริ่มฉลองคริสต์มาสอย่างเป็นทางการและเปิดเผย

          เทศกาลคริสต์มาสจึงเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซู และเป็นการฉลองความรักที่พระเจ้ามีต่อมนุษย์โลก โดยส่งบุตรชาย คือ "พระเยซู" ลงมาเกิดเป็นมนุษย์เพื่อช่วยไถ่บาป และช่วยให้มนุษย์รอดพ้นจากการทำชั่วนั่นเอง ดังนั้นในวันนี้ถือเป็นวันที่มีความหมายสำคัญชาวคริสต์ทั่วโลก และมีการส่งบัตรอวยพร ให้ของขวัญ แก่กันและกัน รวมทั้งประดับประดาตกแต่งบ้านเรือนด้วยแสงไฟ และต้นคริสต์มาสอย่างสวยงาม

วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2556

สีของพาสปอร์ต บ่งบอกอะไร

สำหรับผู้ที่ประสงค์อยากเดินทางไปต่างประเทศ  สิ่งแรกที่ทุกคนต้องมีคือ  หนังสือเดินทางหรือที่ทุกคนเรียกว่า พาสปอร์ต (passport) ซึ่งเป็นเอกสารที่ใช้แสดงความเป็นตัวท่านที่ถือเป็นสากล  ใช้ได้ทั่วโลก  และยังเป็นสมุดบันทึกการเดินทางเข้าออกประเทศต่าง ๆ อีกด้วย
หนังสือเดินทางไทย (Thai passport) เป็นหนังสือเดินทางที่ออกให้เฉพาะประชาชนไทย โดยกองหนังสือเดินทางกระทรวงการต่างประเทศ สามารถออกในประเทศไทยโดย หน่วยงานในสังกัด กองหนังสือเดินทาง กระทรวงการต่างประเทศ บางกรณีอาจจะออกได้ที่ สถานเอกอัครราชทูตในต่างประเทศ หรือสถานกงสุลไทยทั้ง 86 แห่ง

ลักษณะของพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง)
หนังสือเดินทางประเทศไทยสำหรับประชาชนทั่วไปรุ่นปัจจุบันจะมีสีแดงเลือดหมูโดยมีตราครุฑอยู่ตรงกลางที่ปกด้านหน้า และคำว่า “หนังสือเดินทาง ประเทศไทย” (อยู่ต่างบรรทัดกัน) อยู่ด้านบนสุด ส่วนคำว่า “THAILAND PASSPORT” (อยู่ต่างบรรทัดกัน) อยู่ใต้ตราครุฑ ด้านล่างสุดจะเป็นสัญลักษณ์ของหนังสือเดินทางที่มีข้อมูลทางชีวภาพ (biometric passport) อักษรและสัญลักษณ์ที่หน้าปกเป็นสีทอง

ประเภทของพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง)          หนังสือเดินทางประเทศไทยในปัจจุบันมี 4 ประเภท ดังนี้
หนังสือเดินทางธรรมดา (หน้าปกสีแดงเลือดหมู)          ออกให้สำหรับประชาชนทั่วไป หนังสือเดินทางมีอายุไม่เกิน 5 ปี
 หนังสือเดินทางราชการ (หน้าปกสีน้ำเงินเข้ม)          หนังสือเดินทางมีอายุไม่เกิน 5 ปี  ผู้ถือต้องใช้ในราชการเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้ในการเดินทางส่วนตัว  โดยมีข้อกำหนดออกเฉพาะข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่จัดตั้งตามรัฐธรรมนูญ สมาชิกรัฐสภาซึ่งเดินทางไปราชการในต่างประเทศ และบุคคลอื่นใดที่เดินทางเพื่อทำประโยชน์แก่ทางราชการตามที่กระทรวงการต่างประเทศอนุมัติ

 หนังสือเดินทางทูต (หน้าปกสีแดงสด)        ประเภทนี้จะมีอายุไม่เกิน 5 ปี ไม่สามารถต่ออายุเพิ่มได้ มีข้อกำหนดออกให้เฉพาะบุคคลดังต่อไปนี้
พระบรมวงศ์และพระนัดดาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระอนุวงศ์ชั้นพระองค์เจ้าและคู่สมรส
พระราชวงศ์และบุคคลสำคัญที่ราชเลขาธิการขอไปเป็นกรณีพิเศษ
ประธานองคมนตรี และองคมนตรี
นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี
ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานและรองประธานวุฒิสภา
ประธานศาลฎีกา รองประธานศาลฎีกา และประธานศาลอุทธรณ์
ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานศาลปกครองสูงสุด
อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ
ข้าราชการที่มีตำแหน่งทางการทูต ซึ่งเดินทางไปราชการในต่างประเทศ
ข้าราชการที่มีตำแหน่งทางการทูต ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่ ณ ส่วนราชการในต่างประเทศ คู่สมรส และบุตรในประเทศที่ประจำอยู่หรือทำการศึกษาอยู่ในประเทศอื่น แต่บุตรจะต้องอายุไม่เกิน 25 ปี
คู่สมรสที่ร่วมเดินทางไปกับบุคคลดังกล่าวในข้อ 2-8
บุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการหรือภายใต้พันธกรณีระหว่างประเทศ หรือภายใต้สถานการณ์พิเศษที่มีความจำเป็น หรือเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณของประเทศไทย

 หนังสือเดินทางชั่วคราว (หน้าปกสีเขียว)          นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 ประเภทพิเศษ คือ
หนังสือเดินทางพระ ออกให้สำหรับพระภิกษุและสามเณรที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศตามนัยระเบียบมหาเถรสมาคม
หนังสือเดินทางเพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์ ออกให้ชาวมุสลิมที่เพื่อเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ หนังสือเดินทางประเภทนี้จะมีอายุ 2 ปีเท่านั้น

AEC คืออะไร เกี่ยวข้องกับประเทศไทยอย่างไร

AEC ย่อมาจาก  Asean Economics Community แปลว่าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน คือ  การรวมตัวกันของชาติใน Asean ทั้ง 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย, พม่า, ลาว, เวียดนาม,กัมพูชา , สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, บรูไน เพื่อจะให้มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน ซึ่งจะมีรูปแบบคล้ายๆ กับกลุ่ม Euro Zone นั่นเอง จะทำให้มีผลประโยชน์, อำนาจการต่อรองต่างๆ กับคู่ค้าได้มากยิ่งขึ้น และในการนำเข้า – ส่งออกของชาติในอาเซียนก็จะมีความเสรี  ซึ่งอาจจะยกเว้นสินค้าบางชนิดที่แต่ละประเทศอาจจะขอสงวนไว้ไม่ลดภาษีนำเข้า ซึ่งเรียกสินค้าชนิดนี้ว่า  สินค้าอ่อนไหว
Asean นั้น จะรวมตัวเป็น ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและมีผลอย่างจริงจัง  ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ณ วันนั้นจะทำให้ภูมิภาคแถบนี้เปลี่ยนไปอย่างมากอย่างที่เราคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
AEC Blueprint (แบบพิมพ์เขียว) หรือแนวทางที่ต้องการจะให้ AEC เป็นไปคือ
1. การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน
2.การเป็นภูมิภาคที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง
3. การเป็นภูมิภาคที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน
4. การเป็นภูมิภาคที่มีการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก
โดยให้แต่ละประเทศใน AEC ให้มีจุดเด่นต่างๆดังนี้
พม่า : สาขาเกษตรและประมง
มาเลเซีย : สาขาผลิตภัณฑ์ยาง และสาขาสิ่งทอ
อินโดนีเซีย : สาขาภาพยนต์และสาขาผลิตภัณฑ์ไม้
ฟิลิปปินส์ : สาขาอิเล็กทรอนิกส์
สิงคโปร์ : สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ และสาขาสุขภาพ
ไทย : สาขาการท่องเที่ยว และสาขาการบิน (ประเทศไทยอยู่ตรงกลาง ASEAN)
สำหรับนักธุรกิจไทยควรทำความเข้าใจและปรับตัวไห้เข้ากับ AEC เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันเวลา